ค้นหา

เข้าสู่ระบบ

“เทศกาลไหมไทย” ยกระดับผ้าไหมไทยก้าวสู่สากล

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม เดินหน้าผลักดันไหมไทยก้าวสู่ความเป็นสากลผ่านอุตสาหกรรมแฟชั่น จัดเทศกาลไหมไทย ครั้งที่ 15 ภายใต้ “โครงการพัฒนาอุตสาหกรรมแฟชั่น” ที่อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา ระหว่าง 9-15 ธันวาคม 2557 ชูเป้าหมายผลักดันอุตสาหกรรมไหมไทยสู่ศูนย์กลางผ้าไหมยุคใหม่ของตลาดโลก

นายอาทิตย์ วุฒิคะโรง อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะหน่วยงานของภาครัฐที่ได้รับมอบหมายให้เป็นเจ้าภาพหลักรับผิดชอบงานด้านการส่งเสริม SMEs ได้เล็งเห็นถึงความจำเป็นในการเพิ่มประสิทธิภาพและผลิตภาพการผลิต (Productivity) ของ SMEs ด้วยกระบวนการและเครื่องมือต่างๆ เช่น การสร้างระบบบริหารจัดการสากล การยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการธุรกิจ การพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต การส่งเสริมพัฒนาศักยภาพด้านกระบวนการผลิตและเทคโนโลยี การจัดการด้านพลังงาน การยกระดับระบบการผลิตสู่การผลิตบนฐานนวัตกรรม การพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ การส่งเสริมพัฒนาการรวมกลุ่มอุตสาหกรรมในลักษณะเครือข่ายวิสาหกิจ (Cluster)

จึงได้จัดโครงการเทศกาลไหมไทย (Thai Silk Festival 2014) ครั้งที่ 15 ขึ้นระหว่างวันที่ 9-15 ธันวาคม 2557 ที่ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา ในครั้งนี้จะจัดขึ้นยิ่งใหญ่กว่าทุกครั้ง โดยเป็นความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นครราชสีมา อำเภอปักธงชัย และสมาคมไหมไทย จ.นครราชสีมา ซึ่งในงานนี้จะจัดขึ้นที่สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ 48 พรรษา อำเภอปักธงชัย จ.นครราชสีมา โดยภายในงานเริ่มตั้งแต่เวลา 09.00-24.00 น. เพื่อเป็นการเสริมสร้างภาพลักษณ์การเป็นศูนย์กลางผ้าไหมคุณภาพดี ได้มาตรฐานในระดับประเทศสู่สากล ตลอดจนเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ดังกล่าวด้วย

เนื่องจากประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตไหมและผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและมีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีแรงงานในอุตสาหกรรมจำนวนมาก โดยเฉพาะแรงงานในชนบท กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ร่วมกับจังหวัดนครราชสีมา จึงมีแผนการพัฒนาอุตสาหกรรมไหมไทยเพื่อยกระดับผ้าไหมไทยให้ก้าวสู่ความเป็นสากล
เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการอีกทางหนึ่งด้วย โดยที่ผ่านมากระทรวงอุตสาหกรรมมีโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมแฟชั่น เพื่อสนับสนุนและช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกอบการไทยให้มีความสามารถในด้านการแข่งขันกับต่างประเทศ โดยมีแนวทางในการพัฒนาอุตสาหกรรมไหมไทยในหลายๆ ด้าน อาทิ พัฒนาด้านบุคลากร เน้นที่ผ้าไหมทอมือ ซึ่งจะเป็นมรดกสืบทอดไปอีกยาวนาน พัฒนาด้านเทคโนโลยีและด้านการบริหารจัดการ เพื่อเพิ่มผลผลิตและลดการสูญเสียทั้งระบบ และพัฒนารูปแบบสินค้าและการตลาด โดยเน้นที่แฟชั่น และผลิตสินค้าให้เหมาะสมกับรสนิยมของลูกค้า มีการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์สินค้าผ้าไหมอย่างต่อเนื่อง

โดยมีโครงการสำคัญที่เกี่ยวข้องกับไหมหรือผลิตภัณฑ์จากไหม ภายใต้นโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมแฟชั่นของกระทรวงอุตสาหกรรมซึ่งจะดำเนินการในปี 2557 ที่ผ่านมา ได้แก่ 1.การพัฒนานักออกแบบ (Star Fashion Search) และการประยุกต์ใช้แนวโน้มแฟชั่น (Fashion Trend) เป็นการพัฒนาคุณภาพนักออกแบบไทยในอุตสาหกรรมแฟชั่นให้สามารถนำวัตถุดิบขั้นพื้นฐานมาแต่งเติม มาประยุกต์ใช้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพิ่มมูลค่าด้วยแนวคิดการออกแบบให้เป็นที่ยอมรับของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ 2.การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากแคชเมียร์กับไหมไทย โดยเป็นการพัฒนานำขนแคชเมียร์ของประเทศมองโกเลียและไหมไทยมาผสมผสานกัน จะสร้างให้เกิดมูลค่าเพิ่มจากวัตถุดิบทั้งสองอย่างมหาศาล
3.การพัฒนาผ้าไหมไทยสู่ตลาดเฟอร์นิเจอร์และสินค้าตกแต่ง โดยเป็นการพัฒนาวัสดุไหมไทยให้มีความคงทน สีสัน ความมันวาว รวมถึงกรรมวิธีการผลิตต่างๆ ตั้งแต่การเลือกเส้นใย การออกแบบลวดลายสีสันให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด 4.การพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมโดยใช้ทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญา เป็นการศึกษาวัฒนธรรมและภูมิปัญญาของไทยที่สามารถต่อยอดในการพัฒนาสินค้า 5.การสร้างเครือข่ายผู้ผลิตสินค้าแฟชั่น

เป็นส่งเสริมให้ผู้ประกอบการในเครือข่ายเกิดการรวมตัวและการเชื่อมโยงกัน 5 เครือข่ายจาก 5 ย่านการค้าชั้นนำของไทย ได้แก่ ย่านการค้าจตุจักร ย่านการค้าเทอร์มินอล 21 (Terminal 21) ย่านการค้าเสื้อผ้ามุสลิมมีนบุรี ย่านการค้าสำเพ็ง และย่านการค้าผ้าไหมปักธงชัย เพื่อเสริมสร้างอัตลักษณ์หรือเอกลักษณ์ เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันและสร้างจุดแข็งในการพัฒนาบุคลากรด้านการออกแบบและการตลาด

ด้านนายภานุ แย้มศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตไหมที่มีคุณภาพระดับส่งออกมีชื่อเสียงโด่งดังแห่งหนึ่งของโลก โดยถูกกล่าวขวัญมาจนถึงปัจจุบัน “ผ้าไหม” ที่ได้ชื่อว่าเป็น “ราชินีแห่งเส้นใยผ้า” เป็นผลิตภัณฑ์เอกลักษณ์ของภูมิปัญญาชาวบ้านในหลายๆ พื้นที่รวมถึง อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา

โดยผ้าไหมปักธงชัยถือว่าเป็นผ้าไหมที่มีคุณภาพดี เนื่องจากเนื้อผ้าหนาแน่น สีคงทน ไม่ตก เมื่อนำมาซักเนื้อผ้าไม่ยุบ เมื่อนำมานุ่งเนื้อผ้าไม่ย้วย คุณภาพของผ้าได้มาตรฐาน มีปริมาณการผลิตมากพอจนสามารถส่งไปจำหน่ายต่างประเทศ ได้ทำให้ผ้าไหมปักธงชัยกลายเป็นหนึ่งในคำขวัญของจังหวัดนครราชสีมา คือ “เมืองหญิงกล้า ผ้าไหมดี หมี่โคราช ปราสาทหิน ดินด่านเกวียน” ดังนั้น ทางอำเภอปักธงชัยจึงได้จัดงานเทศกาลผ้าไหมปักธงชัยขึ้นในช่วงเดือนธันวาคมของทุกปี 


สำหรับแนวโน้มตลาดเสื้อผ้าไหมไทยในประเทศมีแนวโน้มจะขยายตัวต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ยุโรปและอเมริกายังมีความต้องการผ้าไหมสูง โดยเฉพาะกลุ่มตกแต่งบ้าน โรงแรมหรู อาคารสถานที่ รวมถึงบ้านจัดสรรระดับหรู (ไฮเอนด์) สินค้าแบรนด์เนมและกลุ่มบรรจุภัณฑ์ (แพ็กเกจจิ้ง) ไวน์ แชมเปญ ที่ยังชื่นชอบนำผ้าไหมไทยไปตกแต่งเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า เพราะผ้าไหมไทยมีเอกลักษณ์ที่สวยงาม เป็นที่รู้จัก และมีแนวโน้มจะได้รับความนิยมในตลาดโลกสูงขึ้น ในขณะเดียวกันตลาดญี่ปุ่นก็เป็นตลาดหนึ่งที่น่าสนใจ โดยมีการนำไหมไทยไปตัดเป็นชุดกิโมโน ทำให้ตลาดนี้มีโอกาสเติบโตได้ในอนาคต เช่นเดียวกับตลาดตะวันออกกลาง อย่างเช่น โอมาน ก็เริ่มให้ความสนใจนำผ้าไหมไปประดับตกแต่งโรงแรมหรูมากขึ้น ดังนั้นหากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งส่งเสริมและทำการตลาด สร้างการรับรู้ในกลุ่มภัตตาคารด้วย ผ้าไหมไทยก็จะส่งออกได้มากขึ้น

การส่งเสริมและสนับสนุนการจัดงานเทศกาลไหมไทย (Thai Silk Festival 2014) ที่ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา ในครั้งที่ 15 นี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อรณรงค์สร้างทัศนคติ สร้างการรับรู้การเป็นศูนย์กลางแหล่งผลิตและการค้าผ้าไหมไทยที่มีคุณภาพ และกระตุ้นให้เกิดการบริโภคผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย ภายในงานจะมีการจัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนารถ นิทรรศการไหม ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ ในการผลิตผ้าไหมคุณภาพดีและได้มาตรฐาน (มาตรฐานตรานกยูง และมาตรฐาน มผช.) การสาธิตวิธีการทำไหมที่น่าสนใจ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมชมงานได้เรียนรู้และเข้าใจกระบวนการผ้าไหมได้อย่างครบวงจร 

นอกจากนี้ กิจกรรมการประกวด Young Designer ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ได้รับความสนใจจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ในสาขาการออกแบบแฟชั่น ซึ่งการประกวดนี้ ได้เป็นหนึ่งในเวทีผลักดัน Designer รุ่นใหม่ เข้าสู่วงการ การแสดงแฟชั่นโชว์จากการออกแบบของ Designer ชั้นนำของประเทศ บรรจงออกแบบชุดผ้าไหมที่สวยงามมากกว่า 60 ชุด แสดงแบบโดยนางแบบชั้นนำระดับประเทศมากมาย การจำหน่ายผ้าไหม และผลิตภัณฑ์จากไหมที่มีคุณภาพระดับชาติ ที่เน้นแนวคิดในรูปแบบทันสมัย ในราคาที่คุ้มค่า 

ที่มา :
http://www.banmuang.co.th/news/economy/3317