ค้นหา

เข้าสู่ระบบ

ทุกศาสตร์ศิลป์ใน‘โขนพระราชทาน’

แม้การจัดการแสดงโขนพระราชทานแต่ละครั้งไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีพระราชดำรัสเกี่ยวกับ
การอนุรักษ์ศิลปะแขนงนี้ว่า “ขาดทุนของฉัน คือกำไรของแผ่นดิน” นับเป็นความโชคดีของคนไทยและประเทศไทยที่ทรงส่งเสริมและ
สนับสนุนการแสดงโขน ธำรงค์นาฏศิลป์ชั้นสูงให้คงอยู่คู่แผ่นดินสืบไป ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ จึงตั้งใจสืบสานพระราชปณิธานด้วยการจัดกิจกรรมพิเศษและนิทรรศการหมุนเวียน
“ร้อยนิทรรศน์ยลรัตนโกสินทร์” ชุด “โขนพระราชทาน” เพื่อเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 83 พรรษา

เนื้อหาภายในนิทรรศการแบ่งออกเป็นโซนเรียงร้อยเรื่องราวผ่านภาพ ตัวอักษร การสาธิต งานหัตถศิลป์ต่างๆ อาทิ
โซนกว่าจะเป็นโขนพระราชทาน, โซนการศึกษาพัสตราภรณ์โขน, โซนการออกแบบเทคนิคประกอบฉาก, โซนหัวโขนและศิราภรณ์,
โซนเรื่องย่อโขนพระราชทาน การสืบสานสู่คนรุ่นใหม่ เป็นต้น

ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ รองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ และประธานกรรมการ คณะกรรมการอำนวยการ
การแสดงโขนพระราชทานในฐานะประธานเปิดนิทรรศการเล่าให้ฟังว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระปรีชาชาญใน
ด้านศิลปะ ทรงรื้อฟื้นโขนพระราชทานนี้ก็ทำให้สรรพวิชาช่างที่มีค่าของชาติที่เกือบจะสูญหายไปได้กลับคืนมา เกิดมีอาชีพต่อชาวบ้าน
อย่างหลากหลาย อย่างผ้าที่นำมาตัดชุดโขนการจัดแสดงแต่ละครั้งต้องใช้ผ้าจำนวนมาก ผ้าที่ซื้อมาก็เก่าเปื่อยขาดไปบ้าง จึงมีการหาเพิ่ม
ทั้งจากอ่างทองและสิงห์บุรี ให้ชาวบ้านมาเรียนทอผ้าโดยเอาครูไปสอนให้ เรียนไม่กี่ปีตอนนี้กลายเป็นครูถ่ายทอดได้แล้ว แต่ทั้งนี้ก็ต้อง
อยู่ในความควบคุมของ อ.วีระธรรม ตระกูลเงินไทย ผู้เชี่ยวชาญเรื่องผ้า

สิ่งที่จะได้เห็นในนิทรรศการ คือ ความมหัศจรรย์ของงานศิลป์ อ.วีระธรรม ตระกูลเงินไทย กูรูเรื่องผ้า บอกว่า เทคนิคช่างต่างๆ
ที่เคยมีอยู่แต่ในราชสำนักฝ่ายในสมัยก่อนได้ถูกนำมาสาธิตเผยแพร่ให้ได้เห็น การทอผ้ายกทองต่างๆ ซึ่งเกือบจะสูญหายได้รื้อฟื้น
กลับมาเห็นแล้วจะต้องทึ่งว่าคนโบราณสามารถสร้างงานที่ละเอียดลออและมหัศจรรย์เหล่านี้ขึ้นมาได้อย่างไร

“กว่าจะมาเป็นชุดโขนแต่ละชุด ค่อนข้างที่จะศึกษามามาก รวมถึงการเสาะแสวงหา การทำวัสดุ อุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งเกือบจะ
สูญหายไปหมดแล้ว กว่าจะนำมารวมมาปักเป็นแต่ละชิ้นนี้ใช้วัสดุมากมาย แล้วบางอย่างก็ต้องทำขึ้นมาใหม่ บางอย่างยังพอมีอยู่บ้าง
แต่จำนวนน้อย ก็ต้องศึกษากัน ความยากหรืออุปสรรคเรื่องงานเครื่องแต่งกายนี้เห็นจะอยู่ที่คนทำหรือช่างที่จะมีสมาธิ ใช้เวลานานๆ
ต้องละเอียดอ่อนและต้องมีความอดทนอย่างยิ่งยวด  นั่งหลังขดหลังแข็งทำงานเป็นแรมเดือนแรมปีเพื่อให้งานเสร็จลุล่วงไปหนึ่งชิ้น”
ผู้คร่ำหวอดเรื่องงานผ้า อธิบายโขนวันนี้กับวันวานย่อมมีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับยุคสมัย ฉากโขนพระราชทานแต่ละตอนที่มี
ความวิจิตรอลังการขึ้น อ.สุดสาคร ชายเสม ในฐานะหัวเรือเรื่องนี้ เผยว่า สิ่งที่ต้องคำนึงที่สุดคือเปรียบเทียบกับการแสดงในต่างประเทศ
ที่มีการพัฒนาไปมาก โขนไทยถ้าไม่สามารถสร้างให้มีความน่าตื่นเต้นพอๆ กันก็ดูจะล้าหลัง อย่างละครบรอดเวย์ที่เข้ามาทำการแสดงใน
เมืองไทยทีมงานโขนก็มีโอกาสเข้าไปชม ทำให้ได้เห็นความพยายามในการสร้างมิติเกี่ยวกับอากาศ เวลา และระยะต่างๆ ที่มีในโลกธาตุนี้
ให้ปรากฏขึ้นในนาฏกรรม ซึ่งโขนหากจะทำจริงๆ ก็สามารถทำได้

“โขนมีความงดงามอยู่แล้วในตัว เราเองได้นำเอามรดกศิลปะของชาติ ไม่ว่าจะเป็นจิตรกรรม ประติมากรรม สถาปัตยกรรม
เอาลงมาสร้างให้ตัวนาฏกรรมให้ได้ใช้เข้าไปอยู่ในฉาก ส่วนทีมโอเวชั่นก็มีหน้าที่ทำให้เกิดระยะต่างๆ โดยทำงานร่วมกับเรา ต้องทำแบบนี้
แบบนั้นแล้วจะเกิดระยะ เกิดน้ำหนักขึ้น การปรับฉากที่เห็นถือเป็นความท้าทายของคนทำงานยุคนี้และสิ่งนี้ก็ช่วยให้การดูโขนไม่น่าเบื่อ
คนทั่วไปที่ไม่มีความรู้เรื่องโขนดูรำแล้วอาจจะไม่เข้าใจ ซึ่งพอเป็นแบบนี้จึงต้องนำบรรยากาศ แสง เสียง เข้าไปกระตุ้น นอกจากนี้คนดู
โขนมีจุดมุ่งหมายต่างกัน บ้างก็เพื่อฟังเพลง บ้างอยากดูรำ บ้างอยากดูการแสดง โขนเป็นศูนย์รวมของศิลปะหลากแขนง แล้วฉากก็เป็น
ตัวครอบคลุมทั้งหมด เชื่อว่าคนที่มาดูนิทรรศการจะได้ความรู้เกี่ยวกับศิลปะแขนงต่างๆ กลับไปมหาศาล แล้วก็จะทำให้ดูโขนอย่างเห็น
คุณค่ายิ่งขึ้น” อ.สุดสาคร กล่าวพร้อมกับเสริมว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ รับสั่งชื่นชมและขอบคุณคณะทำงาน โดยเฉพาะ
ช้างเอราวัณในฉากโขนที่จัดแสดงครั้งแรก ทรงชมว่าช้างสวย ทรงมีพระมหากรุณาต่อทีมงานสร้างโขนพระราชทานอย่างหาที่สุดมิได้
สร้างขวัญและกำลังใจคนทำงาน อีกทั้งช่วยให้เมืองไม่เงียบเหงามีศิลปะการแสดงทั้งสวยงามและน่าตื่นเต้นมาสร้างสีสันได้ตลอด

ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 6 กันยายนนี้ บริเวณโถงอเนกประสงค์ 1 อาคารนิทรรศน์รัตนโกสินทร์ ตั้งแต่เวลา 10.00-19.00 น. (เว้นวันจันทร์) สอบถามโทร.0-2621-0044 หรือ www.nitasrattanakosin.com

ข้อมูลข่าว : http://www.komchadluek.net/detail/20150813/211494.html