Who's Online

We have 98 guests online

Login Form

ปล่อยสัตว์ให้รอดและไม่กระทบต่อระบบนิเวศ PDF Print E-mail
Written by Administrator   
Wednesday, 11 May 2016 03:09

 

 

การปล่อยนกปล่อยปลาดูเหมือนจะเป็นหนึ่งในสิ่งที่ชาวพุทธทำกันเป็นประเพณีมาตั้งแต่สมัยโบราณ จนถึงปัจจุบันก็พบว่าตามวัดและท่าน้ำต่างๆ ก็ยังมีปลาและสัตว์น้ำต่างๆ ให้ปล่อยกันอยู่เสมอ ซึ่งบางครั้งปล่อยแล้วจะรอดหรือไม่ ปล่อยแล้วมีผลกระทบอย่างไร เราไม่ควรมองข้ามเรื่องพวกนี้ไป บทความนี้จึงขอเสนอข้อมูลทางวิชาการให้ได้รับทราบโดยทั่วกัน โดยที่จะกล่าวถึงนั้นจะขอเริ่มการพิจารณาง่ายๆ

1. เป็นสัตว์ท้องถิ่นของไทยหรือไม่? ทั้งนี้ ถ้าเป็นสัตว์ต่างถิ่นหรือลูกผสมก็ไม่ควรปล่อยลงแหล่งน้ำไทย ตัวอย่างกลุ่มนี้เช่น ปลาซัคเกอร์ ปลาดุกบิ๊กอุย และ ตะพาบไต้หวัน

2. มันเป็นสัตว์ที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายหรือไม่? เช่น นกกระติ๊ดขี้หมู หรือ เต่าน้ำของไทยทุกชนิด เป็นสัตว์คุ้มครอง เริ่มจับมาให้เราปล่อยก็ผิดกฎหมายแล้ว

3. ปล่อยไปแล้วจะรอดหรือไม่? สิ่งมีชีวิตแต่ละชนิด ก็มีแหล่งอาศัยที่ชอบแตกต่างกันไป เช่น ปลาไหลก็ชอบอยู่ในแหล่งน้ำตื้นๆ ที่มีพืชขึ้นรกๆ เต่านาอยู่ในพื้นที่ชุ่มน้ำตื้นๆ ที่มีหอยฝาเดียวให้กิน เอามาปล่อยผิดที่ผิดทางก็รอดยาก หรือที่เคยเห็นคือเอาปลาบู่น้ำกร่อย มาขายให้ปล่อยในคลองน้ำจืด เป็นต้น

4. สัตว์ถูกจับมาให้เราปล่อยหรือไม่? อันนี้เป็นข้อที่ควรพิจารณาเชื่อมโยงกับข้อ 3 เพราะถ้าสัตว์อยู่ในถิ่นอาศัยเดิมตามธรรมชาติที่เหมาะสม ถูกคนไปจับมาให้เราปล่อยลงไปในถิ่นอาศัยที่ไม่เหมาะสม ก็เป็นการทรมานสัตว์และอาจจะถึงตายได้

สัตว์ในกลุ่มต่างๆ ที่นิยมนำมาปล่อย

1. นก ที่พบตามธรรมชาติในประเทศไทยเกือบทุกชนิดเป็นสัตว์คุ้มครอง นกที่ถูกจับมาให้ปล่อยเยอะที่สุดคือกลุ่มนกกระติ๊ดซึ่งเป็นสัตว์คุ้มครอง ผิดกฎหมายทั้งคนจับ คนขาย และคนซื้อ ข้อสำคัญมันทรมานนก ไปจับนกจากบ้านมันมาขังกรง ใส่ถุงพลาสติกให้ปล่อยในเมือง ตามวัด ที่ไม่ใช่ถิ่นอาศัยของนก พวกนกเลี้ยงอย่างนกหงส์หยก เลิฟเบิร์ด นกแก้ว นกฟินช์ต่างๆ ส่วนใหญ่เป็นนกต่างถิ่นก็ห้ามปล่อยเช่นกัน ไม่รวมว่าปล่อยแล้วโอกาสไม่รอด ถูกจับใหม่หรือไปอดตายก็สูงมากด้วย

2. เต่า ที่เป็นเต่าน้ำจืดของไทย ทุกชนิดเป็นสัตว์คุ้มครอง การจับมาขายให้เราปล่อย “ผิดกฎหมาย” ไม่ควรส่งเสริม และที่ต้องพิจารณาต่อไปสมมุติมองข้ามเรื่องกฎหมายไป คือ เต่าในที่ราบลุ่มของบ้านเรา คือ เต่านา เต่าบัว เต่าดำ และ เต่าหวาย ล้วนต้องอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำที่มีทั้งน้ำตื้นและน้ำลึก มีชายตลิ่งให้ขึ้นมาเกาะพัก มีไม้ชายน้ำรกๆ ในขณะที่ตามท่าน้ำวัด มักจะอยู่ริมคลองขนาดใหญ่หรือริมแม่น้ำซึ่งมีท่าชันหรือเป็นท่าคอนกรีต ปล่อยเต่าลงไปในน้ำแบบนั้น รอดยากมาก ที่ต้องพิจารณาอีกอย่างคือเต่าต่างถิ่น

3. ตะพาบ ที่มีการเพาะพันธุ์ตัวเล็กๆ เยอะที่สุดคือตะพาบไต้หวัน ตัวเขียวๆ เล็กๆ พวกนี้เป็นสัตว์ต่างถิ่นงดปล่อยเด็ดขาด ส่วนตะพาบสายพันธุ์ไทย เป็นสัตว์คุ้มครองทุกชนิดไม่ค่อยพบเห็นมีขายเป็นตะพาบปล่อยเนื่องจากหายากแล้วทุกชนิด ถ้าจะมีก็เป็นลูกตะพาบไทย ซึ่งตามลำตัวและคอจะมีจุดสีเหลืองๆ  สรุปถ้าเจอขายตะพาบตัวเล็กๆ เขียวๆ ให้สงสัยไว้ก่อนว่าเป็นสัตว์ต่างถิ่น งดปล่อยเด็ดขาด

4. กบ ที่เอามาขายให้ปล่อยส่วนใหญ่ เป็นกบนา ชื่อบอกชัดเจนว่าอยู่ตามนา ตามพื้นที่ชื้นแฉะ น้ำท่วมขัง มีป่าหญ้ารกๆ พื้นที่ชุ่มน้ำดีๆ หาที่แบบนี้ได้ปล่อยได้แบบกระจายๆ กันไปกว้างๆ อย่าปล่อยรวมกันที่เดียวเยอะๆ เพราะกบเป็นสัตว์ผู้ล่าปล่อยลงไปที่เดียวเยอะๆ สัตว์เล็กสัตว์น้อยแถวนั้นจะเดือดร้อนหนัก ที่เห็นขายให้ปล่อยลงไปในคลอง ในแม่น้ำ ไม่มีทางรอด ถ้าแย่ๆ ไปเจอกบต่างถิ่นให้ปล่อยยิ่งแล้วใหญ่ ถ้าเกิดมันรอดขึ้นมา

5.  ปลา

กลุ่มปลาที่ไม่ควรปล่อยเด็ดขาดคือพวกปลาต่างถิ่นต่างๆ

5.1 ปลาซัคเกอร์ หรือที่แปลงร่างเป็นปลาราหู งดปล่อยเด็ดขาด เป็นปลาต่างถิ่นตัวร้าย กินไข่ปลาท้องถิ่น แย่ง ถิ่นอาศัย แย่งอาหาร

5.2 ปลาจาระเม็ดน้ำจืด เป็นญาติปลาปิรันย่าที่ไม่ดุนัก จากแม่น้ำอเมซอน อย่าปล่อย

5.3 ปลานิล ปลาทับทิม เป็นสัตว์ต่างถิ่นจากแอฟริกา อย่าปล่อยลงแหล่งน้ำไทย

5.4 ปลาไน คาร์พ ปลาต่างถิ่นจากจีน งดปล่อย

5.5 ปลาเลี้ยงสวยงามอื่นๆ เช่น ปลาทอง ปลากดขนาดใหญ่จากต่างประเทศ อโรวาน่า กลุ่มปลาการ์ หรือแม้แต่ปลาเล็กปลาน้อยอย่างพวกเต็ทตร้า งดปล่อยเด็ดขาด

5.6 ปลาดุก นอกจากกรณีพิเศษจริงๆ หรือตามตลาดต่างจังหวัด ปลาดุกที่ขายในตลาดหรือตามฟาร์ม ล้วนแล้วแต่เป็นปลาดุกบิ๊กอุย ซึ่งเกิดจากการผสมข้ามพันธุ์ระหว่างปลาดุกยักษ์จากทวีปแอฟริกาและปลาดุกอุยของไทยทั้งสิ้น ดังนั้น งดซื้อปลาดุกจากตลาดมาปล่อย ถ้าไม่มั่นใจจริงๆ ว่าเป็นปลาดุกท้องถิ่นของบ้านเรา ปลาดุกเป็นปลาที่กินเนื้อสัตว์เป็นหลัก การปล่อยปลาดุกผู้ล่าลูกครึ่งลงไปเยอะๆ ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศบ้านเราแน่นอน

กลุ่มปลาที่เลือกปล่อยได้ตามความเหมาะสม

5.7 ปลาช่อน เป็นปลาท้องถิ่นของบ้านเรา ชอบอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำที่มีพืชน้ำขึ้นรกๆ หรือตามชายตลิ่งชายคลองที่มีพืชน้ำขึ้น ปลาช่อนเป็นปลาล่าเหยื่อที่กินสัตว์ขนาดเล็กชนิดอื่นๆ เป็นอาหาร มีหลายๆ คนที่มักจะไปซื้อปลาช่อนจากตลาดมาปล่อย อันนี้ถ้าซื้อมาตัวสองตัว เลือกหาสถานที่ตามที่บรรยายไว้ปล่อยก็จะดี แต่ถ้าซื้อมาเยอะๆ ให้กระจายๆปล่อย อย่าปล่อยลงไปที่เดียวเยอะๆ เพราะปลาเล็กปลาน้อยในท้องที่จะแย่

5.8 ปลาไหล ชอบอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำตื้นที่มีพืชขึ้นรกๆ ป่าหญ้าลอยน้ำ มีที่ปล่อยตามนี้ ซื้อจากตลาดมาปล่อยก็ดี แต่ถ้าเอาไปปล่อยลงคลอง ลงแม่น้ำใหญ่ๆ โอกาสรอดก็น้อยลงไปเยอะ

5.9 ปลาหมอไทย ชอบอยู่น้ำนิ่ง มีพืชน้ำขึ้นเหมือนกัน หาแหล่งน้ำแบบนี้ได้ก็ปล่อยกระจายๆ ไป ปล่อยคลองลงแม่น้ำอาจจะรอดเพราะปรับตัวเก่ง อาวุธป้องกันตัวเยอะ คงดิ้นรนไปหาที่อยู่ที่เหมาะสมได้ในที่สุด แต่เรื่องของเรื่องคือ ปลาหมอเค้าถูกจับมาจากที่ๆ เค้าชอบอยู่มาให้เราปล่อยลงในที่ๆ เค้าไม่ชอบอยู่ มันก็แปลกๆ อยู่ถ้าเราคิดว่าปล่อยแล้วจะเป็นเรื่องดี

5.10  ปลาสวาย ลูกปลาสวายที่มีขายร้อยทั้งร้อยเป็นปลาเพาะ เป็นปลาไทย โตแล้วอาศัยอยู่ในแม่น้ำลำคลองทั่วไป แนะนำว่าถ้าจะปล่อย ควรจะปล่อยตัวที่มีขนาด 3-4 นิ้วขึ้นไป โอกาสรอดจะสูงขึ้น ปล่อยลงคลองโอกาสรอดเยอะกว่าปล่อยลงแม่น้ำใหญ่ ปล่อยตรงจุดที่มีปลาอื่นน้อยหน่อย โอกาสรอดเยอะกว่าตรงจุดที่มีปลาอื่นๆ อยู่เยอะๆ

5.11  ปลาบู่ ส่วนใหญ่ที่เห็นเป็นปลาบู่ทราย ตัวเล็กๆ หาจุดปล่อยบริเวณที่เป็นกองหิน มีขอนไม้ใต้น้ำ มีไม้ชายน้ำ ตัวโตหน่อย โอกาสรอดสูงกว่า ระวังแยกปลาบู่ทรายออกจากปลาบู่ชนิดอื่นให้ออก เคยเจอปลาบู่น้ำกร่อยมาขายให้ปล่อยในคลอง

5.12  ปลากราย เป็นปลาท้องถิ่น ปล่อยได้ขนาดควรจะยาว 4-5 นิ้วขึ้นไป โอกาสรอดจะสูงขึ้น ปล่อยลงคลองหรือแม่น้ำได้ แต่ควรหาจุดที่ตลิ่งมีพืชน้ำหรือวัสดุใต้น้ำเยอะๆ

5.13  ปลาตะเพียนต่างๆ ส่วนใหญ่จะขายเป็นลูกปลาเล็กๆ ปล่อยลงคลองลงแม่น้ำไปไม่ค่อยรอด ปลาควรจะมีขนาดอย่างน้อยๆ 1 นิ้วขึ้นไป อย่าไปปล่อยลงตรงจุดที่มีปลาขึ้นน้ำเยอะๆ ตามหน้าวัดหน้าท่า หาจุดที่ตลิ่งมีพืชน้ำขึ้นเยอะๆ ค่อยๆ ปล่อย พอมีโอกาสรอดบ้าง

6. ปูทะเล พวกที่ซื้อจากตามร้านอาหาร ปูทะเลในโลกมี 4 ชนิด พบในประเทศไทยทั้ง 4 ชนิด ความเสี่ยงเรื่องชนิดต่างถิ่นไม่มี มีความเสี่ยงเรื่องความบริสุทธิ์ของ gene จริงๆ ถ้าไม่มั่นใจว่าเป็นปูที่จับจากไทยหรือประเทศเพื่อนบ้านแน่ๆ ก็ไม่อยากให้ปล่อย แต่ถ้าอยากปล่อย หาป่าชายเลนดีๆ สมบูรณ์ๆ ก็ปล่อยได้

7. กุ้งก้ามกราม เป็นกุ้งไทย ปล่อยตามแม่น้ำใหญ่ แต่อย่าปล่อยเยอะเพราะมันเป็นสัตว์ผู้ล่า

8. หอมโข่ง หอยขม ต้องการน้ำที่มีคุณภาพค่อนข้างดีและไม่ลึกจนเกินไปนัก ปล่อยตามคลองในกทม. หรือชานเมืองโอกาสรอดน้อย เพราะคุณภาพน้ำเสื่อมโทรม หากปล่อยตามคลองย่อย ตามหนองน้ำก็พอได้

 

ที่มา : http://www.siamensis.org/article/40292

 
ในระบบนี้ใช้งานได้ดีในบราวเซอร์ IE และ Firefox