Who's Online

We have 84 guests online

Login Form

กรมป่าไม้ และ อบก.จัดประชุมระดับภูมิภาค สร้างผืนป่าอาเซียน ลดโลกร้อน PDF Print E-mail
Written by Administrator   
Tuesday, 26 July 2016 04:42

 

 

เนื่องด้วยภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นภูมิภาคที่มีป่าเขตร้อนขนาดใหญ่ และเป็นพื้นที่ที่มีอัตราการตัดไม้ทำลายป่าสูง ส่งผลให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมามากมาย ทั้งแหล่งต้นน้ำที่ถูกทำลาย สัตว์ป่าขาดที่อยู่อาศัย ดินถูกทำลาย การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ปัญหาความแห้งแล้ง ก่อให้เกิดผลกระทบด้านปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และภัยพิบัติธรรมชาติที่มีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความเป็นอยู่ของประชาชน สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมป่าไม้ จึงร่วมกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. สนับสนุนโดยบริษัทผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการระดับภูมิภาคว่าด้วยความร่วมมือของกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน CLMTV เพื่อผืนป่าอาเซียน (Regional Workshop on CLMTV Forest Partnership Dialogue) เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ โรงแรมเซ็นทารา โฮเต็ล แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ จ.อุดรธานี

พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับบริหารด้านป่าไม้ในกลุ่มประเทศ CLMTV ได้แก่ กัมพูชา ลาว เมียนมา ไทย และเวียดนาม ซึ่งมีอาณาเขตของประเทศเชื่อมติดต่อกัน มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความร่วมมือและความเข้าใจอันดีต่อกันระหว่างประเทศ CLMTV ในกระบวนการมีส่วนร่วมเพื่อดูแลรักษาป่าและการเพิ่มพื้นที่ป่า เพื่อลดภาวะโลกร้อน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาการและประสบการณ์ความสำเร็จในการบริหารจัดการผืนป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน เสริมสร้างเครือข่ายระหว่างประเทศในกลุ่ม CLMTV เพื่อดูแลผืนป่าอาเซียน รวมทั้งเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรด้านป่าไม้และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

“ผืนป่าอาเซียน จะเป็นผืนป่าขนาดใหญ่ของโลก เป็นแหล่งกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ขนาดใหญ่ ซึ่งก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นหนึ่งในก๊าซเรือนกระจกที่เป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อน นอกจากนี้ผืนป่าอาเซียนยังเป็นแหล่งผลิตก๊าซออกซิเจนและทำหน้าที่เป็น “ปอดของอาเซียน” อีกทั้งยังเป็นแหล่งเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร ในขณะที่หลายประเทศของโลกเผชิญกับวิกฤตการณ์ขาดแคลนอาหาร ที่ได้รับผลกระทบมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในปัจจุบัน” พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าว

พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าวอีกว่า ประเทศไทยเป็นประเทศในกลุ่มอาเซียน อะไรที่ทำร่วมกันได้ก็ควรทำร่วมกันเพื่อขยายความสัมพันธ์ในทุกมิติ ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจึงเห็นว่า เรื่องแรกที่ประเทศอาเซียนจะพูดคุยกันได้คือ เรื่องทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศนี้ได้ใช้ทรัพยากรธรรมชาติเป็นสื่อกลาง ซึ่งในการประชุมนี้ประเทศ CLMTV ได้นับหนึ่งเริ่มต้นด้วยกัน แลกเปลี่ยนความรู้เชิงวิชาการ พูดคุยกันเรื่องป่าไม้ แต่ละประเทศมีป่าไม้อะไรบ้าง มีความหลากหลายทางชีวภาพอะไรบ้าง เพื่อนำไปสู่การทำงานร่วมกัน เช่น การปลูกป่าชายแดนร่วมกัน เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความรัก ความสามัคคีของประชาคมอาเซียน เป็นต้น ประเทศ CLMTV นอกจากจะมีพื้นที่ที่ติดต่อกันแล้ว ยังมีทรัพยากรใกล้เคียงกัน สำหรับประเทศทางด้านใต้ของไทยยังมีลักษณะที่แตกต่างอยู่ แต่ก็สามารถเชื่อมความสัมพันธ์ในเรื่องปัญหาหมอกควัน ไฟป่า ที่จะมีการประชุมพูดคุยกัน แต่ยังคงไม่ได้มีการพูดคุยมาตรการป้องกันในเรื่องการลักลอบตัดไม้หรือเรื่องผิดกฎหมาย เพราะขบวนการที่ทำผิดกฎหมายเป็นขบวนการที่ทำผิดของทุกประเทศ และได้มีการขอความร่วมมือในทุกประเทศช่วยกันกวดขันไม่ให้เกิดการกระทำผิดกฎหมาย ทางประเทศไทยเองก็ต้องเฝ้าระวังมากขึ้น

ในเรื่องของป่าชุมชนนั้น นอกจากจะต้องดูแลชุมชนทางประเทศเราให้ดีแล้ว ก็ต้องดูแลชุมชนฝั่งเพื่อนบ้านด้วย เพราะเราเป็นอาเซียนด้วยกัน เช่น เรื่องหมอกควันไฟป่า หากเกิดขึ้นกับประเทศเพื่อนบ้าน ผลกระทบก็จะส่งมายังประเทศเรา หากเกิดที่ประเทศเราหมอกควันก็จะมีผลกระทบไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งนับเป็นภัยคุกคามร่วมกัน ดังนั้นจึงต้องมีการทำงานร่วมกัน และการประชุมครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่เราจะเดินหน้าต่อไปด้วยกัน พล.อ.สุรศักดิ์ ได้กล่าวทิ้งท้าย

นอกจากนี้ ยังได้ลงพื้นที่ไปยังศูนย์การเรียนรู้ป่าชุมชนบ้านห้วยไร่บูรพา จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับแสดงข้อมูลพื้นฐานผลงานของชุมชนด้านการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้ และภูมิปัญญาท้องถิ่นต่างๆ และเป็นเวทีประชุมประชาคม รวมถึงการเป็นแหล่งการเรียนรู้ และสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่นและบุคคลที่สนใจ นอกจากนี้ป่าชุมชนบ้านห้วยไร่บูรพาเป็นป่าเต็งรัง ที่มีกฎระเบียบเป็นลายลักษณ์อักษรในเรื่องการใช้ประโยชน์จากป่าชุมชน ชาวบ้านก็จะรู้ว่าสามารถใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง เก็บหาอาหารอะไรได้บ้าง และยังได้รับรางวัลป่าชุมชนชนะเลิศระดับประเทศ โครงการคนรักษ์ป่าป่ารักชุมชน ประจำปี 2553 อีกด้วย

 

ที่มา : http://www.banmuang.co.th/news/bangkok/56492

 
ในระบบนี้ใช้งานได้ดีในบราวเซอร์ IE และ Firefox