Who's Online

We have 81 guests online

Login Form

‘แรมซาร์’ 28 แห่ง อยู่ใน ‘ลุ่มน้ำโขง’ ตอนล่าง IUCN ผนึก 4 ประเทศร่วมอนุรักษ์ – ปรับตัวรับ ‘โลกร้อน’ PDF Print E-mail
Written by Administrator   
Saturday, 11 February 2017 00:00

 

“2 ก.พ.” วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก IUCN เปิดโครงการ Mekong WET เสริมศักยภาพ “แรมซาร์” 4 ประเทศลุ่มน้ำโขงตอนล่าง พัฒนาแผนปรับตัวรับโลกร้อน

องค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) เปิดตัวโครงการในระดับภูมิภาคเพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นของพื้นที่ชุ่มน้ำในกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขงตอนล่าง (Mekong WET) เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 2560 ซึ่งตรงกับวันพื้นที่ชุ่มน้ำโลกของทุกปี โดยโครงการนี้จะช่วยให้ทั้ง 4 ประเทศ ได้แก่ ไทย กัมพูชา ลาว และเวียดนาม ปฏิบัติตามพันธะสัญญาต่ออนุสัญญาแรมซาร์ ที่ว่าด้วยการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำอย่างยั่งยืน รวมไปถึงการบรรลุเป้าหมายไอจิ ที่ว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ

สำหรับโครงการดังกล่าว ได้รับทุนสนับสนุนจากโครงการริเริ่มด้านสภาพภูมิอากาศนานาชาติ (IKI) กระทรวงสิ่งแวดล้อม ประเทศเยอรมนี โดยมีระยะเวลาดำเนินการจนถึงปี 2563 ให้การสนับสนุนการจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำ ซึ่งเท่ากับเป็นการสนับสนุนรัฐบาลในการปฏิบัติตามกลยุทธ์และแผนปฏิบัติการความหลากหลายทางชีวภาพ (NBSAPs) และดำเนินตามคำมั่นสัญญาในเรื่องการปรับตัว ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC)

ข้อมูลจาก IUCN ระบุว่า ปัจจุบันกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขงตอนล่างมีพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญในระดับนานาชาติ (แรมซาร์) ทั้งสิ้น 28 แห่ง โดยโครงการ Mekong WET จะพัฒนาแผนการจัดการที่มุ่งเน้นเรื่องการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการสร้างความยืดหยุ่นในพื้นที่แรมซาร์ที่ได้รับการคัดเลือกจำนวน 10 แห่ง รวมทั้งส่งเสริมความร่วมมือในระดับภูมิภาคว่าด้วยการจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำข้ามพรมแดน ซึ่งรวมถึงการแลกเปลี่ยนแนวทางการจัดการ และพัฒนาศักยภาพของเจ้าหน้าที่ที่ดูแลด้านการจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำอย่างน้อย 150 คน และตัวแทนชุมชนกว่า 300 คน

นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังตั้งเป้าให้เกิดการแลกเปลี่ยนบทเรียน และแนวทางการปฏิบัติกับพื้นที่แรมซาร์อีก 18 แห่ง และพื้นที่อื่นๆ ที่มีศักยภาพ หรือกำลังเตรียมการประกาศให้เป็นพื้นที่แรมซาร์ ในประเทศลุ่มน้ำโขงตอนล่างทั้ง 4 ประเทศ

“ในช่วง 2-3 ทศวรรษที่ผ่านมา การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การบุกรุกทำลายป่า การขยายตัวของภาคเกษตรกรรมที่ต้องพึ่งการชลประทาน และการขยายตัวของชุมชน ได้ส่งผลให้เกิดการทำลายแหล่งหากินและวางไข่ของปลา การสูญเสียพื้นที่ชุ่มน้ำ และทำให้คุณภาพน้ำย่ำแย่ลงไปเรื่อยๆ กลุ่มเกษตรกรจึงได้รับผลกระทบมากขึ้นทุกทีจากการรุกของน้ำเค็ม แผ่นดินถล่ม และน้ำท่วมฉับพลัน ซึ่งล้วนมีความรุนแรงมากขึ้นอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” ข้อมูลส่วนหนึ่งของ IUCN ระบุ

เจค บรุนเนอร์ หัวหน้ากลุ่มอินโด-พม่า IUCN กล่าวว่า ความเคลื่อนไหวสำคัญในการจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำในภูมิภาคนี้ คือการกำเนิดโครงการริเริ่มเพื่อสนับสนุนอนุสัญญาแรมซาร์ในภูมิภาคอินโด-พม่า (IBRRI) เมื่อเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา โดย IUCN ทำหน้าที่เป็นสำนักเลขาธิการ ซึ่งโครงการ IBRRI ตั้งเป้าที่จะให้การสนับสนุนการปฏิบัติตามอนุสัญญาแรมซาร์อย่างมีประสิทธิภาพ ในประเทศไทย กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม โดยจะมีบทบาทสำคัญในการให้คำปรึกษาการดำเนินงานของโครงการ Mekong WET และโครงการที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ชุ่มน้ำอื่นๆในภูมิภาค

“โครงการ Mekong WET และ IBRRI จะไม่เพียงแต่ช่วยส่งเสริมความร่วมมือในระดับภูมิภาค ด้านการจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำข้ามพรมแดนเท่านั้น แต่ยังจะช่วยยกระดับการรับรู้ของสาธารณะเกี่ยวกับคุณค่าของพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีต่อสังคมโดยรวม ซึ่งระบบนิเวศเหล่านี้ต้องเผชิญกับความท้าทายอันหลากหลาย ในขณะที่การพัฒนาเศรษฐกิจยังคงเดินหน้าไม่หยุดหย่อน วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลกช่วยทำให้เรามองเห็นถึงปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ที่ระบบนิเวศรวมไปถึงชุมชนที่พึ่งพาพื้นที่ชุ่มน้ำกำลังเผชิญอยู่” เจค กล่าว

อนึ่ง อนุสัญญาแรมซาร์ เป็นข้อตกลงระหว่างประเทศที่ช่วยกำหนดกรอบในการอนุรักษ์ การใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำ และทรัพยากรธรรมชาติที่เกี่ยวข้องอย่างยั่งยืน อนุสัญญาได้รับการรับรองที่เมืองแรมซาร์ ประเทศอิหร่าน เมื่อปี 2514 และมีผลบังคับใช้ในปี 2518 ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา มีประเทศสมาชิกขององค์การสหประชาชาติ (UN) เกือบ 90% ได้ลงนามรับรองและเป็นภาคีสมาชิกของอนุสัญญาแรมซาร์

ที่มา : http://www.greennewstv.com/แรมซาร์-28-แห่ง-อยู่ใน-ล/

 
ในระบบนี้ใช้งานได้ดีในบราวเซอร์ IE และ Firefox