ไซเตสประกาศคุ้มครองยีราฟเป็นครั้งแรก PDF Print E-mail
Written by Administrator   
Wednesday, 04 September 2019 02:51

สมาชิก "ไซเตส" เห็นชอบขึ้นบัญชีคุ้มครองยีราฟเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 4 ทศวรรษ ขณะที่การประชุมปีนี้ซึ่งเพิ่มความเข้มงวดต่อการค้าและยกระดับการคุ้มครองสัตว์ในแอฟริกาหลายชนิด สร้างความไม่พอใจอย่างหนักให้แก่กลุ่มประเทศในภูมิภาค

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 29  ส.ค. ว่าที่ประชุมอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (ไซเตส) ที่เมืองเจนีวาเป็นเจ้าภาพในปีนี้ ออกแถลงการณ์เมื่อวันพุธ ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการประชุมที่ยาวนาน 12 วัน ด้วยการเปิดเผยรายชื่อสัตว์ป่าที่เพิ่มเข้าสู่บัญชีคุ้มครองเพื่อลดความเสี่ยงของการสูญพันธุ์ และบัญชีห้ามค้าที่มีการแบ่งระดับความเข้มงวด ทั้งนี้นับตั้งแต่สนธิสัญญาเริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อปี 2518 และปัจจุบันมี 183 รัฐร่วมเป็นภาคี ไซเตสขึ้นบัญชีเพื่อให้ความคุ้มครองสัตว์ป่าและพืชรวมมากกว่า 36,000 สายพันธุ์ และจัดทำกลไกเพื่อป้องกันการคุกคามสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ ตลอดจนระบบนิเวศซึ่งเป็นที่อยู่อาศัย โดยมาตรการของไซเตสถือว่ามีผลผูกพันตามกฎหมายระหว่างประเทศ หมายความว่าที่ประชุมสามารถออกมาตรการคว่ำบาตรหรือขึ้นบัญชีดำต่อภาคีที่ฝ่าฝืนกฎระเบียบของไซเตสได้

สำหรับการประชุมปีนี้ไซเตสประกาศให้ความคุ้มครองสัตว์ป่าและพืชรวมมากกว่า 500 สายพันธุ์ ที่รวมถึงฉลาม 18 สายพันธุ์ ผีเสื้อหางแฉก นากใหญ่ขนเรียบ แรด และเต่าแพนเค้ก  ตลอดจนการเพิ่มมาตรการจำกัดการค้าขายลูกช้างป่า อย่างไรก็ตาม มติของไซเตสซึ่งทุกฝ่ายให้ความสนใจมากที่สุดในปีนี้ คือการประกาศขึ้นบัญชียีราฟอยู่ใน "ชนิดพันธุ์ในบัญชีหมายเลข 2" (Appendix II) โดยระบุว่าประชากรยีราฟทั่วโลกลดลงมากระหว่าง 30-40% ในช่วง 3 ทศวรรษที่ผ่านมา โดยน่าจะเหลืออยู่ไม่ถึง 100,000 ตัวแล้ว ถือว่ามีแนวโน้ม "สูญพันธุ์เงียบ" การจัดให้ยีราฟอยู่ในบัญชีหมายเลข 2 หมายถึงการเพิ่มการควบคุมการค้าขายชิ้นส่วนยีราฟ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อและกระดูก

อนึ่ง การประชุมไซเตสในปีนี้เรียกเสียงวิจารณ์และการประท้วงอย่างหนักจากกลุ่มประเทศในแอฟริกา โดยเฉพาะแอฟริกาใต้ ซิมบับเว และบอตสวานา ซึ่งกล่าวว่าการขึ้นบัญชีของไซเตสในปีนี้ "กดดัน" เศรษฐกิจของแอฟริกา และจะพิจารณาเรื่องการถอนตัวออกจากการร่วมภาคีของอนุสัญญา

 

ที่มา: https://www.dailynews.co.th/foreign/728560

 
ในระบบนี้ใช้งานได้ดีในบราวเซอร์ IE และ Firefox