Who's Online

We have 15 guests and 6 members online

Login Form

ทำไมปะการังจึงมีรูปร่างที่หลากหลาย PDF Print E-mail
Written by Administrator   
Wednesday, 25 July 2012 10:15
ทำไมปะการังจึงมีรูปร่างที่หลากหลาย
 
 
            รูปร่างของปะการัง มีช่องว่างกลางลำตัวเพียงช่องเดียว เพื่อใช้กินอาหาร และขับถ่าย ปะการังจะรับสารอาหารจากภายนอก (heterotrophic) อาหารที่ปะการังกินจะเป็นพวกแพลงค์ตอนสัตว์ พวกเศษซากสารอินทรีย์ พวกแบคทีเรีย ที่ล่องลอยมากับมวลน้ำ นอกจากนั้นปะการังยังสามารถรับสารอนินทรีย์ พวกฟอสฟอรัสไนโตรเจนและแคลเซียม จากมวลน้ำได้อีกด้วย
 
            ปะการังแข็งมีประมาณ 400 กว่าชนิด ที่เคยมีการศึกษาในเขตอินโด-แปซิฟิค สำหรับในประเทศไทย พบประมาณ 240 ชนิด ปะการังสามารถเจริญเติบโตได้ดีในช่วงของอุณหภูมิน้ำทะเล 25 ถึง 29 องศาเซลเซียส  อาจจะมีขอบเขตจำกัด (tolerate) มากกว่าหรือน้อยกว่านี้ประมาณ 2 ถึง 3 องศาเซลเซียส  
 
            ที่อุณหภูมิต่ำกว่า 18 องศาเซลเซียส จะมีผลต่อการเจริญเติบโตของปะการัง ดังนั้น การแพร่กระจาย ของปะการังในโลกนี้ จึงมีขอบเขตจำกัด
 
            มักพบแนวปะการังอยู่ในช่วงเส้นแลตติจูด 32 องศาเหนือ และแลตติจูด 30 องศาใต้ ปะการังสามารถอาศัยอยู่ในน้ำทะเลได้ลึกถึง 150 เมตร ถ้าน้ำทะเลนั้นใสมาก แต่โดยส่วนมากจะพบว่าปะการังอาศัยอยู่ได้ที่ระดับความลึกประมาณ 40 เมตร เพราะเมื่อความลึกเพิ่มขึ้น แสงก็ส่องลงไปถึงเบื้องล่างได้น้อยลง ปะการังสามารถเจริญเติบโตและสร้างแนวปะการังได้ดี ที่ระดับความลึกประมาณ 10 ถึง 20 เมตร ในที่ระดับน้ำลึกปะการังจะปรับรูปร่างเพื่อตอบสนองต่อแสง โดยมีรูปทรงที่เป็นแผ่นแบน เพื่อสามารถรับแสงได้มากขึ้น ดังนั้นจะพบว่าปะการังชนิด (species) เดียวกัน จะมีรูปทรงหลาย ๆ รูปทรง นอกจากนั้นปะการังปรับตัว โดยเพิ่มจำนวน zooxanthellae ในเนื้อเยื่อให้เพิ่มขึ้นเพื่อที่จะได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ
 
            รูปร่างของปะการังในแต่ละชนิด นอกจากจะผันแปรตามระดับความลึกแล้ว ยังผันแปรตามปัจจัย สิ่งแวดล้อมอื่นๆ อีกด้วย ในบริเวณที่มีน้ำขุ่นมากปะการังจะมีการปรับรูปร่างเพื่อการอยู่รอด การที่มีรูปร่างเป็นแผ่นแบน จะตอบรับต่อตะกอนมากโอกาสที่จะตายมีสูง อย่างไรก็ตามยังมีปะการังบางชนิดที่มีรูปร่างเป็นแผ่นแบน สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในบริเวณที่มีตะกอนมาก เช่น Turbinaria spp. นอกจากการปรับตัวทางรูปร่าง เพื่อตอบสนองต่อปริมาณตะกอนในทะเลแล้ว ปะการังยังปรับรูปร่างเพื่อตองสนองต่อคลื่นลม และกระแสคลื่นอีกด้วย จากการศึกษาของผู้ทำการวิจัยหลายท่านพบว่า ในที่คลื่นลมรุนแรงปะการังจะปรับตัว เปลี่ยนรูปอยู่ในรูปทรงที่เป็นกิ่งหนาสั้นแข็งแรง หรือเป็นก้อน หรือเป็นแบบเคลือบติดกับพื้นวัสดุที่ยึดเกาะ ในบริเวณที่คลื่นลมสงบ ปะการังจะมีรูปร่างที่เป็นกิ่งโปร่ง หรือเป็นแผ่นบาง ทั้งหมดนี้เป็นกลยุทธ ในการปรับตัวเพื่ออยู่รอดของปะการัง
 
            เนื่องจากปะการังมีรูปร่างหลากหลาย และมีหลายชนิด บางชนิดก็กลับมีรูปร่างแตกต่างกันไป ตามบริเวณที่อยู่ด้วย จึงนับเป็นการยากที่จะรู้จักชื่อปะการัง ยกเว้นทำการศึกษาอย่างจริงจัง ดังนั้น เพื่อความสะดวกในการรู้จักปะการังในขั้นต้น โดยสามารถแบ่งตามลักษณะที่เห็นได้เป็น 7 กลุ่ม คือ
 
            1. ปะการังก้อน ( Massive Coral ) มีลักษณะเป็นก้อนตันคล้ายก้อนหิน เช่น ปะการังสมอง
 
            2. ปะการังกึ่งก้อน ( Submassive Coral ) มีลักษณะเป็นแท่งรวมกันเป็นกระจุก โดยไม่ได้ติดกันเป็นเนื้อเดียวกันทั้งก้อน
 
            3. ปะการังเคลือบ ( Encrusting coral ) มีลักษณะเติบโตขยายคลุมไปตามลักษณะของพื้นผิวที่มันห่อหุ้มอยู่
 
            4. ปะการังกิ่งก้าน ( Branching Coral ) มีลักษณะเป็นกิ่งก้านแตกแขนง
 
            5. ปะการังกลีบซ้อน ( Foliaceous Coral ) มีลักษณะเป็นแผ่น ที่รวมกันเป็นกระจุกแบบใบไม้ หรือผัก
 
            6. ปะการังแผ่น ( Tabulate Coral ) มีลักษณที่ขยายออกในแนวราบคล้ายโต๊ะ อาจซ้อนกันเป็นชั้นๆ
 
            7. ปะการังเห็ด ( Mushroom Coral ) มีลักษณะเป็นปะการังก้อนเดี่ยว

ที่มา วิชาการดอทคอม
 
ในระบบนี้ใช้งานได้ดีในบราวเซอร์ IE และ Firefox