แห่ขุดโสมคนคึก หวังเพิ่มพลังทางเพศ PDF Print E-mail
Written by Administrator   
Thursday, 17 December 2009 03:04

“แห่ขุดโสมคนคึก หวังเพิ่มพลังทางเพศ”


เนื้อความตามข่าว
          ชาวบ้านแตกตื่นแห่ขุด "โสมคน" คึกป่าเมืองกาญจน์ หลังข่าวแพร่ช่วยเพิ่มพลังทางเพศ ขณะที่ ม.มหิดล วอน กำนันผู้ใหญ่บ้านเกณฑ์กำลังช่วยอนุรักษ์ หวังนำไปศึกษาทางชีวภาพ ...

          จากกรณีข่าวที่ นายฐนันดร อุดมสินค้า นายก อบต.ลุ่มสุ่ม อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี และนายสมศักดิ์  สุริยะวงษ์ กำนัน ต.ลุ่มสุ่ม ได้นำเจ้าหน้าที่ และสมาชิก อบต.ผู้ใหญ่บ้าน ผช.ผู้ใหญ่บ้าน สว.กำนัน และลูกบ้าน ร่วมปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่บริเวณป่าชุมชน หมู่ 7 และได้พบกับชาวบ้านกลุ่มหนึ่งใช้จอบเสียมขุดหัวต้นไม้ประหลาดที่มีหัวมีแขนมีขาคล้ายๆ คน หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า "ว่านคน" หรือ "สมคน" ซึ่งเมื่อนำไปต้มหรือดองยากินเป็นยาบำรุงร่ายกาย ยาอายุวัฒนะ  สามารถเพิ่มพลังวังชา เพิ่มสมรรถภาพทางเพศอีกด้วย และมีพ่อค้าคนกลางเข้าไปติดต่อขอซื้อในราคาหัวละ 800 - 1,000 บาท ตามที่เป็นข่าวไป แล้วนั้น  ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (28 ต.ค.52) ได้มีชาวบ้านพากันเดินทางด้วยรถปิกอัพ รถจักรยานยนต์พร้อมกับอุปกรณ์การขุดดินทั้งจอบ และเสียม คราด เพื่อจะเข้าไปขุดโสมคนกันให้ลั่นป่า เสียงอึกทึกครึกโครม และช่วงตอนสายๆ ได้มีสื่อมวลชนหลายแขนงทั้งหนังสือพิมพ์ ทีวี วิทยุ ได้แห่กันไปทำข่าวเช่นกัน ซึ่งนายฐนันดร และนายสมศักดิ์ ได้พาสมาชิก อบต.ผู้ใหญ่บ้าน สว.กำนัน ผช.ผู้ใหญ่บ้าน  สมาชิก อปพร.เข้าคุมพื้นที่กันไม่ให้ผู้ใดเข้าไปขุด โดยได้อ้างว่าทาง มหาวิทยาลัยมหิดล จ.กาญจนบุรีได้แจ้งมาว่าให้ ทาง อบต. และกำนันผู้ใหญ่บ้านช่วยดูแลโสมคนดังกล่าว อย่าให้ผู้ใดเข้าไปขุดทำลายโดยรู้เท่าไม่ถึงการ เนื่องจากว่า ทางมหาวิทยาลัยจะนำเจ้าหน้าที่เข้าไปสำรวจในเชิงชีวภาพ ในไม่ช้านี้  จึงขอให้ช่วยกันดูแลอนุรักษ์ไว้ให้ได้  ส่วนในเรื่องพบไม้ประหลาด หรือ "โสมคน" ที่กล่าวข้างต้นนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผย จากนักประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ผู้ไม่ประสงค์ที่จะออกนาม รวมทั้งผู้สูงอายุในละแวกนั้น พากันพูดไปในแนวทางเดียวกันที่ว่า โสมคน นี้ มาจากพวกทหารพันธมิตร ที่เดินทางกันมาโดยทางรถไฟสายมรณะเมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้นำติดตัวมาเพื่อไว้ต้มหรือดองเหล้ากิน ซึ่งเป็นการบำรุงร่างกาย บำรุงกำลังวังชา ก่อให้เกิดร่างกายที่แข็งแรง เพื่อที่จะยืนหยัดต่อสู้ต่อสงครามดังกล่าว ส่วนคนไทยถือว่า เมื่อร่างกายแข็งแรงดี รวมทั้งพลังแฝงสมรรถภาพ ทางเพศ อีกด้วย ซึ่งทั้งชาวไทย และชาวโลกถือกันว่าเป็นเรื่องสำคัญ ในชีวิต ของลูกผู้ชาย

แจงเนื้อความข่าวให้ความจริงเป็นที่ประจักษ์ (โดยคณาจารย์จากคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์)
          เมื่อพิจารณาจากเนื้อข่าวแล้วพืชที่กล่าวถึงเรียกว่า “โสมคน” แท้จริงแล้วเป็นต้นของหัวไก่อู, หัวไก่โอก หรือ ทองพันดุล  มีชื่อพฤกษศาสตร์ว่า Decaschistia  parviflora  Kurz  เป็นพืชสมาชิกในวงศ์ชบา (Malvaceae)  วิสัยเป็นพืชล้มลุกที่มีหัวใต้ดินดินคล้ายรากโสมเกาหลี ลำต้นมีความสูงประมาณ 0.5-1 เมตร ใบเดี่ยวเรียงสลับรูปขอบขนาน แกมใบหอก กว้าง 2-3 ซม. ยาว 7-10 ซม. ดอกเป็นดอกเดี่ยว ออกดอกที่ซอกใบ  ลักษณะคล้ายดอกชบา กลีบดอกสีชมพู ส้มหรือแดง ตรงกลางดอกมีสีขาว ผลแห้ง แตกได้ รูปร่างค่อนข้างกลม มีขนสีน้ำตาลปกคลุม (ดังภาพที่ 1)


ภาพที่ 1 สัณฐานของลำต้น ใบและดอกของทองพันดุล

          ประโยชน์ เท่าที่มีรายงานหัวใต้ดินของทองพันดุล นำมาตำพอกมาพอกรักษาอาการเคล็ดของหมู หรือสัตว์เลี้ยง ยังไม่มีการรายงานการวิจัยถึงสรรพคุณทางยาว่ามีสารออกฤทธิ์เช่นโสมเกาหลีหรือไม่ แต่พบว่าพืชที่เป็นสมาชิกของวงศ์ชบาส่วนใหญ่มีสารเมือก  เช่นพบในผลกระเจี๊ยบต้มมีสารเมือกช่วยในการเคลือบเยื่อบุในกระเพาะอาหาร การใช้ประโยชน์ด้านอื่นปลูกเป็นไม้ประดับที่มีดอกสวยงาม  สำหรับคำว่า โสมคน ในภาษาไทยหมายถึงพืชล้มลุกอีกชนิดหนึ่งที่มีชื่อพฤกษศาสตร์ว่า Talinum  paniculatum (Jacq.) Gaertn. สมาชิกวงศ์ Portulacaceae (วงศ์แพรเซี่ยงไฮ้)  มีรากคล้ายโสมเกาหลีเช่นกัน  แต่มีคุณทางเคมีต่างกัน (ดังภาพที่ 2) พืชชนิดนี้ในประเทศไทยเป็นผักพื้นบ้านนำไปต้มกินได้ แต่โดยส่วนใหญ่พบว่านิยมปลูกเป็นไม้ประดับ หรือ ขึ้นเป็นวัชพืชในเขตชุมชน ปกติเป็นพืชนำเข้ามาปลูกในประเทศไทย ถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปอเมริกา

 


ภาพที่ 2 สัณฐานของลำต้น ใบและดอกของต้นโสมคน

          โสมเกาหลี เป็นพืชที่ให้สารที่มีคุณค่าที่สำคัญในตำรับยาของชาวเกาหลีเพื่อใช้บำรุงร่างกาย (ดังภาพที่ 3) สำหรับชื่อพฤกษศาสตร์ของโสมเกาหลีมีชื่อว่า Panax ginseng C.A. Meyer  สมาชิกวงศ์ Araliaceae (วงศ์เล็บครุฑ) ในประเทศไทยยังไม่มีรายงานการค้นพบพืชสกุลโสมเกาหลี (Panax) ดังนั้นการที่มีชื่อไทย หรือชื่อท้องถิ่นที่พ้องกันนำไปสู่การสับสนได้ง่าย ในส่วนชื่อของทองพันดุลที่ชาวบ้านแห่ขุดในท้องที่ของกาญจนบุรีไม่ได้เป็นพืชในสกุลโสมเกาหลี คุณค่าทางยาจึงแตกต่างไปจากโสมเกาหลี


ภาพที่ 3 สัณฐานของลำต้น ใบและดอกของต้นโสมเกาหลี ซึ่งบางครั้งเรียกว่าโสมคน เช่นกันเนื่องจากมีรากคล้ายคน

          สำหรับต้นทองพันดุล เป็นพืชที่พบกระจายอยู่ในภาคอีสาน ภาคเหนือ และภาคกลางรวมทั้งในพื้นที่ของจังหวัดกาญจนบุรี

 
ในระบบนี้ใช้งานได้ดีในบราวเซอร์ IE และ Firefox