Who's Online

We have 36 guests online

Login Form

เร่งศึกษาคาร์บอนเครดิตในระบบผลิตอ้อยหนุนลดการปล่อยCO PDF Print E-mail
Written by Administrator   
Tuesday, 05 January 2010 04:37

               นางสาวมณฑิรา ยุติธรรม นักศึกษา ปริญญาเอก สายวิชาเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม บัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม (JGSEE) เปิดเผยภายหลังได้ทำการศึกษา "การหมุนเวียนเชิงปริมาณของคาร์บอนในระบบการผลิตอ้อยในประเทศไทย" ว่า การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก นับเป็นแนวทางการแก้ปัญหาภาวะโลกร้อนที่ทั่วโลกต่างให้ความสำคัญซึ่งในประเทศไทยเองยังไม่มีการศึกษาตัวเลขการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นระบบ ยิ่งเฉพาะในภาคเกษตร จึงทำให้สนใจศึกษาในอ้อย เนื่องจากอ้อยเป็นพืชพลังงานที่สามารถนำเศษวัสดุเหลือใช้ไปผลิตเป็นพลังงานได้ อีกทั้งประเทศไทยมีการปลูกอ้อยจำนวนมาก มีการผลิตอ้อยสูงเป็นลำดับที่ 4 ของโลก รองจากบราซิลอินเดีย และจีน ขณะที่การส่งออกน้ำตาลมีสูงมากเป็นลำดับที่ 2 ของโลก รองจากบราซิล

               ผลการศึกษาพบว่า การหมุนเวียนคาร์บอนในดิน มีบทบาทสำคัญในการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงถึง 50%ของการปลดปล่อยในขบวนการเกษตรกรรมอ้อย และหากมีการเผาใบอ้อยหลังการเก็บเกี่ยวจะทำให้มีการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วย ส่วนในการจัดการการปลูกอ้อย พบว่า การใช้ปุ๋ยเคมีก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด รองลงมาคือ การใช้ยาฆ่าหญ้ายาฆ่าแมลง นอกจากนั้น จะเป็นในส่วนของการใช้พลังงานฟอสซิลในการจัดการอื่นๆ ได้แก่ การไถพรวน ให้น้ำ และการขนส่ง ตามลำดับ

               นางสาวมณฑิรา กล่าวว่า หากพิจารณาจากภาพรวมทั้งหมดของการศึกษา จะพบว่าหากมีการจัดการที่ดีพอ การปลูกอ้อยจะสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่บรรยากาศได้มาก เช่น การลดการเผาใบอ้อยก่อนหรือหลังเก็บเกี่ยว รวมถึงการเปลี่ยนจากการใช้ปุ๋ยเคมีมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์แทน จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เกือบ 40% ของการปลดปล่อยในภาคการเกษตรกรรมอ้อยส่วนโรงงานน้ำตาลหากมีการนำชานอ้อยมาใช้ผลิตพลังงานเพื่อทดแทนการใช้พลังงานไฟฟ้าจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จะสามารถช่วยลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้พลังงานฟอสซิลได้มากกว่า 80% ของก๊าซเรือนกระจกที่ถูกปล่อยมาในกระบวนการผลิตน้ำตาลทั้งหมดด้วย

ที่มา หนังสือพิมพ์สยามรัฐ วันจันทร์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2552

 
ในระบบนี้ใช้งานได้ดีในบราวเซอร์ IE และ Firefox